เคยได้ยินมาว่าขนาดไม่สำคัญเท่าลีลาและความชำนาญที่จะพาให้เธอสู่สวรรค์การฟิน แต่สำหรับหนุ่มสาวบางคู่ ค่านิยมเรื่องขนาดก็ยังไม่อาจตัดขาดออกจากใจได้ บางคนมุ่งหน้าเข้าคลินิคฉีดขยายขนาด อวัยวะเพศชาย ซะงั้น
ล่าสุดมีหนุ่มใหญ่เยอรมันฉีดซิลิโคนขยายน้องชายจนหนักตั้ง 3-4 กิโลเชียวนะ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ถ้าพาน้องชายไป “ขลิบ” ตั้งแต่ยังเยาว์ น้องจะเติบใหญ่ได้ไม่แพ้ชาติใด
การขลิบในทารกในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในทารกแรกเกิดของอเมริกันมีสถิติไม่เปลี่ยนแปลงเลย แม้ว่าสมาคมหมอเด็ก สมาคมหมอสูติฯ ออกแถลงการณ์คัดค้านว่า ไม่จำเป็นเลย
แต่หมอเด็ก หมอสูติ ก็ยังทำกันเป็นว่าเล่น ฝรั่งเขาเรียกว่าเป็นขนมปังกับเนย คือ ของแถมบนโต๊ะอาหาร ดีกว่าอยู่เปล่าๆ เพราะตัดหรือขลิบปลาย จะโทษหมอฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ถ้าพ่อแม่เขาไม่ยอมให้ขลิบก็ทำไม่ได้ พ่อแม่พวกที่ยอมให้หมอขลิบ
ก็มีเหตุผลต่างๆนานาว่า ทำความสะอาดง่าย พ่อเองก็ทำดูดีกว่า ฯลฯ ส่วนพวกคัดค้านก็ว่าไม่มีความจำเป็น ไม่มีความสำคัญทางการแพทย์ ลูกเจ็บตัวเปล่าๆ ตัวพ่อ ไม่ทำเลย กลัวติดเชื้อและเลือดออก ฯลฯ

ผู้ปกครอง หรือพ่อแม่จะตัดสินใจอย่างไร
เรื่องนี้ค่อนข้างปวดหัวไม่น้อย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ หรือแม้กระทั่งแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากยากที่จะตัดสินใจในสิ่งที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ถ้าท่านถามแพทย์ที่มีแนวโน้ม และเชื่อมั่นในทางใดทางหนึ่ง ก็จะได้รับการแนะนำไปในทางนั้นๆ
แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นต้นตำรับทางวิชาการ ยังไม่สามารถให้คำแนะนำที่ชัดเจนได้ เช่น The American Academy of Pediatrics ได้แนะนำว่า “การขลิบหนังหุ้มปลายในทารกเพศชาย มีทั้งผลดีและผลเสีย การทำก็ควรจะให้พ่อแม่ได้รับทราบถึงข้อดีและข้อเสีย และให้ความยินยอม”
ทั้งๆ ที่สมัยหนึ่งเคยบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำ ทำให้เด็กอเมริกันสมัยหนึ่งก็ทำกันเป็นส่วนมาก ต่อมาก็ไม่นิยมทำกัน จนปัจจุบันเรียกว่าใครอยากทำก็ทำ ใครไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำเพียงแต่ทราบข้อดีและข้อเสียไว้ก็แล้วกัน ไม่ว่าจะเลือกอย่างไรก็ตาม
สำหรับในประเทศไทย เนื่องจากเรารับแนวความคิด และข้อมูลวิชาการมาจากตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้นคำแนะนำที่ท่านได้รจากแพทย์ก็แล้วแต่แพทย์ท่านใด ได้ข้อมูลและมีแนวคิดกับเรื่องนี้อย่างไรก็จะแนะนำท่านอย่างนั้น
ส่วนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายก็เป็นคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง สำหรับท่านที่เป็นชายไทยมุสลิม ก็คงไม่มีปัญหาที่ต้องตัดสินใจในเรื่องนี้

การขลิบอวัยวะเพศ
ขลิบอวัยวะเพศ เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มายาวนาน ไม่เพียงแค่เพศชายที่มีพิธีขลิบอวัยวะเท่านั้น แต่ในบางวัฒนธรรมก็มีการขลิบอวัยวะ “เพศหญิง” ด้วย
พิธีขลิบอวัยวะเพศของสตรีเป็นประเพณีโบราณที่เก่าแก่ในหลายวัฒนธรรม จุดประสงค์ของแต่ละกลุ่มก็แตกต่างกัน มีทั้งที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลทางสุขภาพและทางพิธีกรรมตามความเชื่อ
แต่กิจกรรมหรือพิธีขลิบอวัยวะเพศหญิงถูกโจมตีและถูกประณามว่าเป็นการกระทำที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และนำความทนทุกข์ทรมานมาสู่ผู้หญิงจำนวนมากอย่างไม่จำเป็น

ปัญหาที่เกิดจากการตัด ขลิบอวัยวะ เพศหญิง
เสี่ยงทำให้ติดเชื้อทางเลือดจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต และยังมีแนวโน้มทำให้มีอาการปัสสาวะผิดปกติ หรือมีประจำเดือนมากเกินไป ผลกระทบสืบเนื่องไปถึงกิจกรรมเพศสัมพันธ์
หรือขณะคลอดบุตรที่อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดได้ องค์กรอนามัยโลก หรือ WHO ประณามว่าพิธีกรรมดังกล่าวนี้ว่าไม่ควรสนับสนุนให้ปฏิบัติอีกต่อไปด้วยเหตุผลทางการแพทย์
อย่างไรก็ตาม นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรมบางคนในยุค 80 มองว่าเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาช้านานแล้ว ขณะที่เจ้าของประเพณีนี้เองกลับมีความเห็นว่า พิธีกรรมนี้เป็นสิ่งที่ดีงามและยังมีความยึดมั่นด้วยศรัทธาแรงกล้า
ประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในยุค 80 บรรดาสตรีจากโลกตะวันตกและโลกที่สามต่างถกเถียงกันอย่างดุเดือดและเผ็ดร้อนในการประชุมระดับโลกของ ยูเอ็น เกี่ยวกับสตรี ณ กรุงโคเปนเฮเกน
แน่นอนว่าผู้ที่อยู่ไม่คุ้นเคยวัฒนธรรมนี้อาจตกตะลึงกับประเพณีดังกล่าว หรือมองว่าเป็นความป่าเถื่อนขัดต่อสิทธิมนุษยชน

สาเหตุที่ควรขลิบอวัยวะเพศชาย
นอกจากเรื่องของวัฒนธรรมและประเพณีแล้ว การขลิบอาจมีข้อดี ดังนี้
- อาจช่วยให้ง่ายต่อการรักษาสุขอนามัย การขลิบทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด และรักษาสุขอนามัยของอวัยะเพศ ดังนั้น ผู้ที่ไม่ได้ขลิบอาจจะต้องใส่ใจในการทำความสะอาดเป็นพิเศษในรายที่หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่สามารถเปิดได้หลังอายุสี่ขวบไปแล้วอาจจะพิจารณาเรื่องการขลิบ
- อาจช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ การติดเชื้อในท่อปัสสาวะเกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่การขลิบจะช่วยลดโอกาสการเกิดได้ เนื่องจากลดการสะสมของเชื้อโรคบริเวณหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ
- อาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การขลิบอาจช่วยลความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงการติดเชื้อเอชไอวี (HIV)
- อาจช่วยป้องกันปัญหาที่องคชาติ เป็นการป้องกันปัญหาหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศหรือหัวองคชาติอักเสบได้
- อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งองคชาติ แม้ว่าโรคมะเร็งองคชาติจะเป็นโรคที่พบได้น้อย แต่ก็จะน้อยลงไปอีกสำหรับผู้ที่ผ่านการขลิบ เนื่องจากสามารถลดการเกิดโรคดังกล่าวได้ นอกจากนี้ยังสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ด้วย
- ลดปัญหาหลั่งเร็วในผู้ป่วยบางราย เนื่องจากอาจทำให้เกิดการชาบริเวณปลายอวัยวะเพศมากขึ้นเนื่องจากมีการเสียดสีอยู่ตลอดเวลา
สรุป พิธีขลิบในแต่ละประเทศ
พ่อเคยโดนขลิบมาก่อนหรือเปล่า ถ้าพ่อเคย มักจะยอม ถ้าพ่อไม่เคย ก็ไม่ค่อยยอม ส่วนของไทยเรา คิดว่าไม่ค่อยนิยมทำกันโดยทั่วไป นอกจากความจำเป็นทางศาสนา ลูกหลานไทยเลยไม่ค่อยจะขลิบปลายกันเท่าไร
ก่อนการตัดสินใจท่านสามารถปรึกษาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดต่อสาขาใกล้บ้านท่านได้เลยครับ คลิกที่นี่เพื่อดูสาขาทั้งหมด

